เดอะ รีเจ้นท์ ของ ยูดาส อิสคาริออต

โทษฐานที่เคยเป็นเทพเจ้าที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ มาก่อน กุนซือปีศาจแดงคนปัจจุบันอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ จึงถูกแฟนบอลบางจำพวกของ เชลซี เรียกอย่างไม่ให้เกียรติว่า ''ยูดาส''
"ยูดาส" (Judas) อันหมายความว่า ยูดาส อิสค้างริออต หนึ่งในอัครนักการทูตของพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้คาบข่าวไปบอกทหารโรมันว่าใครคือพระเยซูคริสต์จนถึงส่งผลให้ท่านโดนจับไปตรึงบนไม้กางเขนโน่นแล ฉะนั้น & ฉะนี้ คำว่า "Judas" จึงแปลเป็นไทได้ว่า "ไอ้คนหักหลัง"
ย้อนกลับไปในเกมที่ เชลซี บรรจงถีบ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่เข้ารอบ 8 กลุ่มในที่สุด เอฟเอ คัพ เมื่อช่วงกลางเดือนเดือนมีนาคมก่อนหน้าที่ผ่านมา กองเชียร์เจ้าถิ่นส่งเสียงโห่ไล่พลางร้องเพลงล้อเลียนอดีตผู้จัดการกลุ่มของตนที่บุกมาเยี่ยมว่าเป็น "ยูดาส"
หลังแพ้ศึกครั้งนั้นที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ – โชเซ่ มูรินโญ่ จึงส่งข่าวสารถึงกองเชียร์กรุ๊ปนั้นว่า…ก็ไอ้คนหักหลังคนนี้มีใช่หรือที่เคยเสกให้กลุ่มของพวกแกครองแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัย!
อืมมมมัธยม..บางครั้งผมก็รู้สึก "บิดาไม่รู้เรื่องตุ้ม" อย่างรุนแรงกับแฟนบอลบางจำพวกในปัจจุบัน เฉพาะอย่างยิ่งกับแฟนบอลรุ่นใหม่ที่เติบโตมาในยุคที่โลกเน่าๆของพวกเราถูกครอบครองด้วยระบบโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค อันก่อให้เกิดแฟนบอลจำพวกผ่าเหล่าที่ชาวบ้านเรียกชื่อว่า "เกรียนคีย์บอร์ด" ขึ้นมา แฟนบอลจำพวกนี้ชอบจริงจังกับทุกเรื่อง สัมผัสไม่ได้ โดนล้อเลียนไม่ได้ และก็แพ้ไม่เป็น แถมไม่มีอารมณ์ขันอีกต่างหาก
แน่ๆว่าแฟนบอลจำพวกนี้สามารถพบได้อย่างเยอะมากอยู่ในโลกเปรียบเสมือนจริงนี่แหละ
บางครั้งกองเชียร์ของ เชลซี จำพวกนี้บางทีอาจกำเนิดไม่ทันในยุคแรกที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ฉุดกระชากความใหญ่โตกลับมาให้ เชลซี อีกทีเมื่อทศวรรษที่แล้ว หรือแกล้งโง่ หรือปัญญาอ่อนเกินกว่าที่จะรู้เรื่องอะไรก็ไม่เคยรู้ ทั้งที่ข้อเท็จจริงมันก็พึ่งจะผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่พวกเขาถึงไม่รู้เรื่องว่า โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่เคยหักหลัง เชลซี มิหนำดูเหมือนจะเป็น เชลซี ด้วยซ้ำที่หักหลัง โชเซ่ มูรินโญ่
ตอนวางก้นอยู่บนตำแหน่งผู้จัดการกลุ่มสิงห์บลูส์ กุนซือชาวขนมฝอยทองคำผู้นี้ทำทุกๆอย่างเพื่อการบรรลุผลของสมาพันธ์ แม้ต้องแลกมาด้วยความเกลียดก็ตาม แต่ว่าผลตอบแทนที่ได้รับกลับมาคือการถูก "หักหลัง" ถึง 2 ครั้ง 2 คราว
ถ้าเกิดใครไม่เชื่อ เวลาพบตัวเป็นๆของ "มูมู่" ก็ลองขอพี่แกมองแผ่นหลังได้เลยนะครับ ถ้าเกิดพี่แกยอมเปิดให้มอง คุณจะพบอะไรที่เรียกว่า "รู" อยู่รอบๆกึ่งกลางหลังถึง 2 รู
รูที่หนึ่ง – พี่แกถูกผู้ครอบครองกลุ่มชาวรัสเซียเอามีดปากฉลามที่ผลิตขึ้นตั้งแต่สมัยที่ยังใช้ชื่อว่าโซเวียตทิ่มแทง หลัง เชลซี สูญเสียความใหญ่โตให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนถูกขับไล่ออกมาจาก เดอะ บริดจ์ พร้อมข้อตกลงจำนวนมาก เป็นต้นว่าห้ามรับงานผู้จัดการกลุ่มในทันที รวมทั้งห้ามเป็นกุนซือให้กลุ่มอื่นในอังกฤษภายในเวลา 1 ปี
กระทั่งแผลฉกรรจ์จากมีดปากฉลามสมานกันดีจึงกลับมาจูบปากกันใหม่ ตอนนี้ "เดอะ สเปเชี่ยล วัน" ช่วยให้ เชลซี กลับมาผงาดง้ำค้ำเมืองหลวงลูกหนังอีกที
แต่ว่าเพียงแต่ฤดูกาลถัดมาที่กุนซือผู้หยิ่งถูกลูกทีมตัวเองเอามีดปลายแหลมสำหรับหั่นปลามากุโระ ความยาว 1 ฟุตกว่าๆกะซวกเข้าที่เข้าทางกึ่งกลางหลังทะลุถึงหัวใจเป็นรูที่ 2 ในชีวิต
เท่านั้นยังไม่พอ ลูกทีมของเขาบางคนยังสั่งซื้อ "ศาสนาเชนซอว์" (Chainsaw) จากรัฐเท็กซัส เพื่อเอามาเลื่อยขาเก้าอี้ผู้จัดการกลุ่มของ โชเซ่ มูรินโญ่ จนถึงขาดสะบั้น ส่งผลให้พี่แกถูกโคตรมหาเศรษฐีชาวรัสเซียคนเดิมขับไล่ออกมาจากอาณาจักร สแตมฟอร์ด บริดจ์ เป็นคำรบที่ 2

เมื่อไม่มีพันธะข้อตกลงหัวใจอะไรก็ตามต่อกันแล้ว โชเซ่ มูรินโญ่ ก็มีสิทธิ์ร่วมงานกับท่านปีศาจ หรือสมาพันธ์ไหนก็ได้โดยไม่ผิดข้อตกลงและก็มรรยาทไม่ใช่หรือ?
นอกเหนือจากนั้น เชลซี กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่ใช่แฟน-คู่พิพาท, คู่เวร-คู่บาปFun88หรือคู่บารมี-คู่บวชของกันและกันในประวัติศาสตร์ลูกหนังซะหน่อย
ที่สำคัญคือในการพบกัน 2 คราวแรกของฤดูกาลนี้ เชลซี ก็เป็นข้างมีชัยอย่างงดงามทั้ง 2 ครั้ง
มันไม่มีเหตุผลอันใดเลยนะครับที่แฟนบอล เชลซี บางจำพวกจะไปเรียกอดีตกุนซือกลุ่มตัวเองว่า "ยูดาส"
โน่นคือเหตุผลที่พูดว่าทำไม โชเซ่ มูรินโญ่ ถึงชูสามนิ้วพลางเอาหมัดขวาตีไปบนทรวงอกข้างซ้ายของตนที่มีตราปีศาจสามง่ามประทับอยู่ อย่างกับต้องการบอก "คนรักเก่า" ของตนว่า "ไอ้เชี่ย!…กูไปฆ่าบิดาแกหรอ?" เอ๊ย! ไม่ใช่ อย่างกับต้องการบอก "คนรักเก่า" ของตนว่า "กูนี่ล่ะที่เสกให้กลุ่มของพวกแกคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง 3 สมัย และก็ขณะนี้กูคือปีศาจแดง"
เข้าใจว่าพี่แกคงจะแค้นฝังหุ่นมากมายนะครับที่แพ้กลุ่มเก่าของตน 2 ครั้งติดต่อกัน – โดนไป 5 ดอกย้ำๆโดยเอาคืนไม่ได้เลย แถมถูกสบประมาทว่าเป็นไอ้หักหลังอีก
การเผชิญหน้ากับ เชลซี เป็นครั้งที่ 3 ในฤดูกาลจึงถือเป็นการศึกครั้งสำคัญที่สุดคราวหนึ่งในชีวิตของ โชเซ่ มูรินโญ่ เลยทีเดียว!
มันจึงนำมาซึ่งการก่อให้เกิด "สูตรพิเศษ" ที่กุนซือวัย 54 กะรัตผู้คั่งแค้นผู้นี้สร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อกำราบกลุ่มเก่าของตนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง
โน่นคือระบบการเล่นแบบ 2-2-4-2 ที่เป็นลูกผสมระหว่างสูตร 4-4-2 กับ 3-5-2
สูตรนี้มีผู้เล่นในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ค 2 แบบอย่าง เอริก ไบยี่ กับ มาร์กอส โรโฮ ที่เป็นเสมือนเสาหิน 8 ศอกตอกเป็นหลัก – ขยับขึ้นไปคือผู้เล่นในตำแหน่งพิเศษอีก 2 คนอย่าง อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน รอทำหน้าที่ตามประกบ เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร 2 กองหน้าครึ่งหนึ่งปีกของ เชลซี ในต้นแบบ "แกไปไหน กูขอไปด้วยคนนะครับ"
สำหรับ 4 กึ่งกลาง ประกอบด้วยมิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน มารูยาน เฟลไลนี่ กับ ปอล ป็อกบา ประชิดข้างด้วยแบ็คครึ่งหนึ่งปีกอย่าง อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ แอชลี่ย์ ยัง ส่วนกองหน้า 2 หญิงรับใช้ผู้เล่นที่มีความว่องไวและก็รวดเร็วทันใจอย่าง มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เจสซี่ ลินการ์ด ซึ่งโน่นคือเหตุผลที่พูดว่าทำไม ซลาตัน อิบราฮิโมวิช กับ เฮนริค มคิทาร์ยาน ถึงเป็นเพียงแต่ผู้เล่นสำรอง
กลยุทธคือให้ อันเดร์ เอร์เรร่า กับ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน จับตายกองหน้าครึ่งหนึ่งปีกที่เป็นตัวทำเกมรุกของ เชลซี ในระบบ 3-4-3
โน่นพอๆกับว่าทั้ง เอแด็น อาซาร์ กับ เปโดร จะถูกตัดออกจากเกมไปโดยปริยาย ในขณะที่หัวหอกผู้เดียวอย่าง ดิเอโก้ คอสต้า ต้องพบรุมรุมจากทั้ง เอริก ไบยี่ และก็ มาร์กอส โรโฮ
มิดฟิลด์ตัวกลาง 2 คน รอทำลายจังหวะคู่แข่งและก็เชื่อมเกม
วิง-แบ็ค ทั้ง 2 ข้างวิ่งขึ้นวิ่งลง ทำหน้าที่ทั้งรุกและก็รับ
สำหรับกองหน้า 2 คน เว้นเสียแต่จะมีความเร็วกว่ากองหลังของ เชลซี แล้วยังมีความขยันพลางไล่บดบี้และก็ซอยยิกไม่หยุดยั้งตั้งแต่ในแดนของคู่แข่ง
เมื่อผู้เล่นปีศาจแดงวิ่งมากกว่าพลางเล่นอย่างมีระเบียบวินัยบนความเป็นจริงเป็นจังและก็ทุ่มเทเต็ม 80,000 ตีนถีบ ก่อนหาจังหวะรุกรานอย่างฉาบฉวยให้น้อยจังหวะ
ผลลัพธ์ที่ออกมา เว้นเสียแต่จะกะซวกชัยอย่างงดงาม ด้วยสกอร์ 2-0 แล้วยังไม่อนุญาตให้ เชลซี ยิงตรงกรอบเลยสักครั้ง!

ความจริง "สูตรพิเศษ" แบบเฉพาะกิจสูตรนี้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาตั้งแต่เกมที่แล้วในศึก เอฟเอ คัพ ซึ่งเกมนั้น ฟิล โจนส์ ถูกวางไว้เป็นตัวพิเศษรอลามโซ่ เอแด็น อาซาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
รูปเกมของ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ด้อยกว่าเจ้าถิ่นเลยด้วยซ้ำ กระทั่งแผนดันมาแตกเสียก่อน เพราะเหตุว่าความปัญญาอ่อนของผู้ตัดสินเฮงซวยอย่าง ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ที่ไล่ อันเดร์ เอร์เรร่า ออกมาจากสนามแบบไม่สมเหตุสมผล
มันก็น่าคิดแบบเดียวกันนะครับว่าถ้าเกิดเกมนั้น "พี่น้อย" ไม่โดนไล่ออกเสียก่อน ผลจะออกมาอย่างไร
สุดท้าย แมนฯ ยูไนเต็ด ก็หยุดสถิติไม่ชนะ เชลซี อย่างยาวนานเอาไว้ที่ 12 นัดหมาย (นับตั้งแต่ปี 2012) แต่ว่ามันต้องแลกมาด้วยการสูญเสียพลังงานอย่างมหาศาล ซึ่งเดือนเมษายนผ่านไปเพียงแค่กลางทาง แมนฯ ยูไนเต็ด ซอยยิกไปแล้วถึง 5 นัดหมาย
บางครั้งมันบางทีอาจส่งผลเสียถึงเกมต่อไปก็ได้ใครจะไปรู้ ??? แต่
โชเซ่ มูรินโญ่ สามารถจ่ายแค้นกลุ่มเก่าที่เคยแทงตัวเองจากด้านหลังได้อย่างสาสม
แถมชัยของ "ยูดาส" ในนัดหมายนี้ยังทำให้ช่องว่างระหว่างการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกต่ำลงเหลือแค่ 4 แต้มอีกต่างหา
กับอีก 6 เกมที่เหลือในฤดูกาลนี้ เชลซี ยังถือไพ่เหนือกว่า สเปอร์ส นะครับ เพราะเหตุว่าพวกเขาพบโปรแกรมที่เบากว่า
เพียงอย่าพลาดมาแล้วกัน